วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

ปรับกลยุทธ์การตลาดอีเมล์จากสแปมเมล์

การใช้งานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล์ได้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจที่เข้ามา แทนที่โทรศัพท์และโทรสาร จากรายงานของ DoubleClick ผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์ของสหรัฐฯ ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการใช้งานอีเมล์ของผู้บริโภคในปีนี้ ระบุว่าสัดส่วนของผู้ใช้อีเมล์รับและส่งอีเมล์มากกว่าหนึ่งครั้งต่อวันได้ สูงถึงร้อยละ 81 ของผู้ใช้งานอีเมล์ทั้งหมด โดยจะมีกลุ่มผู้ที่ส่งอีเมล์เพื่อการประชาสัมพันธ์เป็นประจำเติบโตสูงขึ้น จากร้อยละ 20 ในปี พ.ศ. 2546 ถึงร้อยละ 33 ในปีนี้ ตัวเลขของรายงานนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้งานอีเมล์เพื่อการพาณิชย์และ โฆษณายังมีอัตราการเติบโตที่สูงอยู่ โดยจากสถิติพบว่าผู้ใช้อีเมล์จะรับอีเมล์อยู่จำนวน 308 อีเมล์ต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก

อย่างไรก็ตามจำนวนตัวเลขของการรับอีเมล์ต่อสัปดาห์นี้ไม่บ่งบอกถึงการใช้ งานอีเมล์อย่างแท้จริง เพราะว่าอัตราการเติบโตของสแปมเมล์ หรือ อีเมล์ที่ผู้รับไม่ประสงค์ที่จะรับ ก็ขยับสูงขึ้นทุกๆ ปีเช่นกัน โดยสแปมเมล์จะมีส่วนแบ่งของจำนวนอีเมล์ที่ได้รับทั้งหมดสูงถึงร้อยละ 62 ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 6 นั่นหมายถึงจำนวนอีเมล์มากกว่าครึ่งเป็นอีเมล์ที่ไม่ต้องการรับ
แล้วอะไรคือปัจจัยในการพิจารณาว่าเป็นสแปมเมล์หรือไม่? ร้อยละ 93 ของผู้ใช้งานอีเมล์ใช้การพิจารณาอีเมล์จากชื่อผู้ส่งอีเมล์ที่ไม่รู้จักว่า เป็นสแปมเมล์ และร้อยละ 58 พิจาณาอีเมล์ที่รับซ้ำๆ บ่อยๆ ว่าเป็นสแปมเมล์เช่นกัน ถึงแม้ว่าผู้รับจะอนุญาตให้ส่งอีเมล์ก็ตาม 
การศึกษาเดียวกันนี้ได้พิจารณาถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเปิด อีเมล์ระหว่างหัวข้อ (Subject) และชื่อผู้ส่ง (Sender) ด้วย รายงานได้สรุปว่า ยี่ห้อหรือ Brand ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเปิดอีเมล์อยู่ โดยร้อยละ 64 ของผู้ที่ใช้อีเมล์จะพิจารณาชื่อผู้ส่งก่อนถึงจะเปิดอีเมล์อ่าน ผู้ใช้อีเมล์จะรู้สึกปลอดภัยถ้าเป็นอีเมล์ที่มาจากผู้ส่งที่รู้จักถึงแม้ว่า ผู้รับเองจะไม่เคยอนุญาตก็ตาม และร้อยละ 33 จะพิจารณาจากหัวข้อของอีเมล์ว่ามีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใดแล้วเปิดอ่าน
ดังนั้นการพิจารณาว่าเป็นสแปมเมล์หรือไม่นั้นอาจจะไม่อยู่ที่การให้ อนุญาตส่งเสมอไป แต่มันขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของตราสินค้านั้นๆ และหัวข้อที่น่าสนใจด้วย การกำหนดชื่อผู้ส่งของระบบอีเมล์จึงมีความสำคัญ คุณควรจะระบุชื่อที่เป็นที่คุ้นเคยต่อผู้รับด้วย บ่อยครั้งที่เราได้รับอีเมล์เชิญชวนให้เข้าร่วมงานสัมมนา ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยรู้จักผู้ส่งหรือไม่เคยอนุญาตก็ตามที แต่ความรู้สึกที่จะกล่าวหาว่าเป็นสแปมเมล์หรือปฏิเสธ ย่อมน้อยกว่าอีเมล์ที่ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
แต่หากคุณมีโอกาสที่จะได้ส่งอีเมล์ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่อนุญาตให้ส่ง คุณก็ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะส่งอีเมล์อย่างเป็นประจำ การศึกษาเดียวกันนี้ระบุว่าร้อยละ 32 ของผู้ได้รับอีเมล์อนุญาตจะคลิกเพื่อสั่งซื้อทันทีเมื่อเปิดอีเมล์อ่าน นอกจากนี้อีเมล์อนุญาตยังช่วยให้การขายแบบ Offline หรือการขายที่ไม่ได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ตประสบความสำเร็จด้วย โดยร้อยละ 12 ของผู้อ่านอีเมล์จะอ่านรายละเอียดของสินค้าและนำคูปองซื้อสินค้าในร้านค้า หัวข้อของอีเมล์ที่ได้ผลในการกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค มีดังนี้
ร้อยละ 47 เป็นข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรมคืนกำไรให้กับสมาชิก
ร้อยละ 41 เป็นการให้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลและการเสนอส่วนลดให้กับสินค้าที่ผู้รับอีเมล์เคยซื้อ
ร้อยละ 25 การนำเสนอราคาพิเศษหรือส่วนลด
 
การใช้อีเมล์เพื่อธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่ ละเอียดอ่อนมาก นักการตลาดควรจะใช้อีเมล์ด้วยความระมัดระวังและให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด ต่อกลุ่มเป้าหมาย
 
เนื้อหาโดย คุณนาวิก นำเสียง
www.ecampaign101.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น